
![]() |
|---|
![]() |
|
|
|
|
![]() |
|
ตกขาว หนาวในอก ประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนน้อย มดลูกต่ำ มดลูกโต และหย่อนยาน ปวดท้องน้อย ปวดหน่วง เสียวมดลูก เชื้อราในช่องคลอด กลิ่นในช่องคลอด ช่องคลอดไม่สะอาด มดลูกไม่แข็งแรง ผนังมดลูกแห้ง ไม่มีน้ำหล่อลื่น มดลูกบาง เจ็บ แสบ ค้น บริเวณที่ลับเฉพาะ ไม่มีอารมย์ทางเพศ เซ็กส์เสื่อม วัยทอง หมดประจำเดือน ฮอร์โมนน้อย ช่องคลอดไม่ฟิต ไม่กระชับ อกไม่เต่งตึง หน้าท้องแตก ลาย หลังคลอด ร่างกายไม่อบอุ่น ไม่ได้อยู่ไฟหลังคลอด มดลูกไม่เข้าอู่ ขับน้ำคาวปลา ผิวหยาบ ผิวแห้ง ผิวพรรณไม่มีน้ำมีนวล สิว กระ ฝ้าเลือด ฝ้าลม ฝ้าจากยาคุม |
ร่างกายไม่แข็งแรง อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แขน-ขา ไม่มีแรง ปวดเมื่อย เหน็บชา หน้ามืด มึนหัวบ่อย ๆ อ่อนเพลีย ปวดไมเกรน ใจสั่น หายใจไม่เต็มอิ่ม วิงเวียน นอนไม่หลับ ปวดข้อ ปวดเข่า โรคเก๊าท์ นิ้วล็อค ปวดกระดูกเรื้อรัง กระดูกเสื่อม เส้นตึง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคชรา เบื่ออาหาร โรคสมอง พาร์กินสัน ธารัสซีเมียร์ โรคหัวใจ ตับ ไต ปอด เส้นเลือดตีบ หลอดเลือดตัน ไขมัน โลหิตจาง ความดัน เบาหวาน น้ำตาลในเลือด กรดยูริค ภูมิแพ้ ไซนัส ไทรอยต์ สารพิษตกค้าง ร้อนใน ธาตุไม่ดี คออักเสบ ปัสสาวะบ่อย ไม่ออก ไม่พุ่ง ต่อมลูกหมากโต แผลหลังผ่าตัด ฝี หนอง แผลเรื้อรัง ริดสีดวง สะเก็ดเงิน โรคผิวหนัง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อสุจิน้อย จุกเสียด แน่นท้อง โรคกระเพาะ ลำไส้กลิ่นตัวแรง เมาค้าง |
สบู่พลูคาว สูตรหมอเส็ง |
สบู่พลูคาว สูตรหมอเส็ง
เป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของหมอเส็ง พึ่งจะเปิดตัวไปเมื่อเดืนพฤศจิกายน2552 โดยมีส่วนผสมที่ช่วยให้ทำความสะอาดร่างกายดีขึ้น ดับกลิ่นกาย ให้รู้สึกหอมสดชื่นยาวนาน และสมานผิว หรือรูขุมขนต่างๆ และลดอาการคัน สบู่ก้อนนึง น้ำหนักสุทธิ100กรัม ก้อนละ100บาท ถ้าซื้อพร้อมสินค้าตัวอื่นส่งฟรีค่ะ แต่ถ้าจะลองซื้อไปใช้ดู คิดค่าส่ง1-3ก้อน ราคา50บาทค่ะ 4-10ก้อน ราคา 100 บาทค่ะ |
|
สบู่ขมิ้นชัน สูตรหมอเส็ง
เป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของหมอเส็ง พึ่งจะเปิดตัวไปเมื่อเดืนพฤศจิกายน2552 โดยมีส่วนผสมที่ช่วยให้ทำความสะอาดร่างกายดีขึ้น ดับกลิ่นกาย ให้รู้สึกหอมสดชื่นยาวนาน และบำรุงผิวพรรณ ผิวนุ่มเนียน และลดอาการคัน สบู่ก้อนนึง น้ำหนักสุทธิ100กรัม ก้อนละ100บาท ถ้าซื้อพร้อมสินค้าตัวอื่นส่งฟรีค่ะ แต่ถ้าจะลองซื้อไปใช้ดู คิดค่าส่ง1-3ก้อน ราคา50บาทค่ะ 4-10ก้อน ราคา 100 บาทค่ะ |
ยาสตรีหลังคลอด |
ยาสตรีหลังคลอดหมอเส็ง
สูตรใหม่ล่าสุด ที่ใช้เวลาการค้นคว้ายาวนาน เพื่อสำหรับบำรุงดูแลคุณแม่หลังคลอดโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ที่พึ่งคลอด หรือจะผ่านการคลอดมานานแล้ว แน่นอนว่าหลักๆเพื่อใช้แทนการอยู่ไฟ ช่วยให้กระชับในจุดที่เปลี่ยนไปตอนหลังคลอด ช่วยลดท้องลาย ช่วยเพิ่มน้ำนม ขับน้ำคาวปลาและของเสียที่ตกค้างที่เกิดในระหว่างการตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอดเสร็จ และช่วยเพิ่มน้ำนมให้คุณแม่ เพื่อให้มีน้ำนมมากขึ้น |
ว่านชักมดลูกสูตร1 ชนิดแคปซูบ สูตรหมอเส็ง |
ว่านชักมดลูกหมอเส็งแคปซูล
ตามคำเรียกร้องจากอภิมหาชน!! เป็นที่เลื่องลือกันปากต่อปากว่าว่านชักมดลูกสูตร1ของหมอเส็ง ทานแล้วดี ทานแล้วสวยรวยเสน่ห์ เป็นที่ประจักษ์ต่อลูกค้านับแสนราย แต่มีลูกค้าเดิมและผู้ที่กำลังสนใจที่จะทานหลายคนที่ไม่สะดวกในการทานยาน้ำ หมอเส็งจึงจัดให้!! ในรูปแบบแคปซูล ที่ทานง่ายขึ้น พกพาสะดวก ทานได้นานกว่าชนิดน้ำ หมดปัญหาเรื่องคนที่ไม่ชอบกลิ่นสมุนไพร จากราคาปกติ 3200 บาท สมาชิกหมอเส็ง 2900 บาท และรับสิทธิซื้อถูกกว่านี้ด้วยโปรโมชั่นจากทางเว็บค่ะ |
ยาบำรุงร่างกาย สูตรหมอเส็ง ชนิดแคปซูล |
ยาบำรุงร่างกาย234 ชนิดแคปซูล |
รูปโรงงานใหม่ยังไม่มีนะค่ะ ขอลงรูปแทนไปก่อนค่ะ |
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
"คุณ นิภา แสงสุริยะฉัตร" ภรรยาคนสวยของหมอเส็ง
ยาสตรีหลังคลอด หมอเส็ง 750 ml. |
ทางเลือกใหม่ คุณแม่หลังคลอด เพื่อรูปร่าง ผิวพรรณสวยงาม คุณแม่ที่ ไม่มีเวลาเข้าคอร์ดอยู่ไฟหลังคลอด มีทางเลือกใหม่ให้เหล่าคุณแม่ฟื้อฟูร่างกายให้แข็งแรงอีกครั้งด้วยการรับ ประทานยาสตรีหลังคลอดบุตร... ตั้งแต่โบร่ำโบราณมา ผู้หญิงหลังคลอดบุตร มักได้ รับคำแนะนำจากญาติผู้ใหญ่ให้ เข้าโปรแกรมอยู่ไฟหลังคลอด เพื่อช่วยบำรุงร่างกายที่อ่อนเพลียทรุดโทรม ให้ฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และตามภูมิปัญญาคนไทยโบราณเชื่อว่า การอยู่ไฟหลังคลอดจะกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและช่วยปรับสมดุลร่างกาย ที่มา : ไทยรัฐ |
![]() |
ขอขอบคุณที่ทุกท่านมอบความไว้วางใจให้กับผลิตภัณฑ์หมอเส็ง |
ประกาศแล้วยอดจำหน่ายประจำปี 2551 ที่มาผ่านมา ของผลิตภัณฑ์ตราหมอเส็ง ด้วยความไว้วางใจต่อลูกค้าที่มีต่อ "หมอเส็ง" ทานดี สุขภาพแข็งแรง แล้วช่วยบอกต่อ ทำให้บริษัท มียอดจำหน่ายสูงถึง 1,400 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยาสมุนไพร ที่เป็นของคนไทย ที่เป็นเจ้าใหญ่ของประเทศนี้เลยค่ะ และหวังว่าปีนี้เราคงจะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทุกท่านอีกเช่นเคยนะค่ะ ปีนี้ทางบริษัทจะขยายศูนย์ใหญ่ อีกหลายศูนย์ ในหลายพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อปูพื้นฐานให้มั่นคง ก่อนที่จะขยับขยายออกไปยังต่างประเทศ เพื่อธำรงค์ไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีของสมุนไพรไทย ที่บรรพชนไทยได้ตกทอดไว้ ให้ลูกหลานได้ใช้เพื่อให้ สุขภาพดีกันถ้วนหน้าทุกๆคน ล่าสุดหมอเส็งมียอดขายปี 2553 อยู่ที่ 3250 ล้านบาท (ตัวเลขล่าสุดตอนต้นเดือนธันวาคม 2553 ระบุใน นสพ.POWER NETWORK) เป็นอันดับ5ของบริษัทในธุรกิจเครือข่ายของประเทศไทย และยังคงเป็นอันดับ1 ทางด้านผลิตภัณฑ์ด้านสมุนไพรอีก1ปี |
ตกงานขาดรายได้อย่าสิ้นหวัง..มาขายยา หมอเส็ง กันเถอะ!!! |
|
ข้อดี ข้อเสีย(ไม่ใช่เฉพาะกับหมอเส็ง แต่คิดว่าคงใช้ได้กับทุกธุรกิจ) " ไม่ต้องขายเก่ง ไม่จำเป็นต้องพูดมาก ขอให้มีความตั้งใจ และเข้าใจงาน ก็พอ จะทำเป็นทีมหรือเดี่ยวก็ได้ สนใจลองโทรมา 089-6856100 เปิ้ล" |
![]() |
โรงงานหมอเส็ง " ฉัตรชัยแพทย์แผนโบราณ " คว้าใบรับรองคุณภาพมาตรฐานสากล GMP |
| กระทรวงสาธารณสุขหนุนอุตสาหกรรมยาสมุนไพรไทย ผสานภูมิปัญญาไทย และสากล ส่งเสริมการใช้สมุนไพรในโรงพยาบาลรัฐ จัดประชุมผู้ประกอบการ 4 ภาค เริ่มที่ 25 จังหวัดภาคกลาง โดยมุ่งพัฒนาสถานที่ผลิตให้ได้มาจรฐาน GMP ส่งเสริมให้ผู้ผลิตตื่นตัวในการพัฒนาตนเอง และเพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานยาสมุนไพร รวมถึงลดความเสี่ยง ต่อการใช้ยาด้อยคุณภาพ เผยโรงงาน " ฉัตรชัยแพทย์แผนโบราณ " คือ 1 ใน 16 โรงงานผลิตสมุนไพรคุณภาพที่กระทรวงสาธารณสุขให้การรับรองในความเป็นมาตรฐานด้านการผลิต เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม "โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมยาสมุนไพรภายใต้การบูรณาการของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาปี 2552" ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมยาจากสมุนไพร พัฒนาสถานที่ผลิตยาให้มีคุณภาพที่หลายผสมผสานภูมิปัญญาไทยและสากล เน้นการพัฒนาศักยภาพเพื่อการพึ่งตนเองด้วยการส่งเสริมสมุนไพรการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยมีเป้าหมายการใช้ยาสมุนไพรไม่น้อยกว่าร้อยละ 5-10 ของมูลค่าการใช้ยาในโรงพยาบาล ทั้งนี้ยาสมุนไพรที่ใช้ในบัญชียาหลักแห่งชาติปัจจุบันมี 30 รายการ เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน บัวบก เจลพริก ยาจันทน์ลีลา ยาหอมเทพจิตร และยาหอมนวโกฐ เป็นต้น |
มดลูกต่ำ…ก็คือภาวะที่มดลูกเคลื่อนตัวลงมา จากตำแหน่งปกติที่มันควรจะอยู่นั่นเอง ภาวะมดลูกต่ำเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็เป็นได้ ดูภายนอกไม่รู้หรอกครับว่าใครต่ำ ใครไม่ต่ำ ไม่มีใครมาเปิดหวอโชว์มดลูกให้ดูกันหรอก แต่รู้หรือเปล่าครับว่าผู้หญิงไทยเป็นมดลูกต่ำกันเกือบค่อนประเทศ ขนาดบางคนยังไม่รู้ตัวเลยครับว่ามดลูกต่ำหรือเปล่า ลอง สังเกตดูง่ายๆ ก็ได้ ปกติแล้วช่องคลอดของผู้หญิงเราจะลึกเข้าไปข้างในประมาณ 3 นิ้ว ถ้าลองเอานิ้วสอดเข้าไปจนสุดนิ้วแล้ว…ควานไปควานมาจะเจอปากมดลูกเป็นจุกกลมๆ แข็งเด้งๆ เหมือนปลายจมูก หรือถ้าปากมดลูกอยู่สูงมากๆ ก็อาจจะควานหาไม่เจอ แต่ถ้ามดลูกต่ำแค่สอดนิ้วไปได้นิดเดียว ก็ถึงปากมดลูกแล้ว ถ้าต่ำมากๆ นั่งยองๆ ดู แล้วเบ่งท้อง บางทีปากมดลูกก็โผล่ออกมาสูดอากาศข้างนอกได้เลยครับ คนเฒ่าคนแก่ที่ลูกเยอะๆ คลอดกันเองตามบ้านแล้วไม่ได้เย็บแผล บางทีก็ลูกเยอะจนแทบไม่ต้องเบ่ง แค่ไอสองทีลูกก็เล็ดออกมาแล้ว ถ้าเป็นประเภทนี้แล้ว รับรองว่ามดลูกต่ำกันทั้งนั้น ดีไม่ดี นั่งเบ่งดู มดลูกอาจหลุดออกมาห้อยร่องแร่งข้างนอกเลยก็ได้…ไม่ได้โม้นะ ปกติ ผู้หญิงทุกคนจะมีมดลูกติดตัวมาด้วย โดยมดลูกจะอยู่ภายในช่องท้องส่วนล่างที่เรียกว่า ท้องน้อยนั่นแหละครับ แล้วมดลูกก็เป็นอวัยวะที่แปลก คือมันไม่ได้ยึดติดแน่นกับอะไรชัดเจนเป็นเรื่องเป็นราว แต่จะห้อยแกว่งไปแกว่งมาในช่องท้อง ด้านล่างก็จะมีกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นตัวอุ้มรับเอาไว้ ด้านบนจะมีเส้นเอ็นปีกมดลูกดึงรั้งไว้ ผู้ชาย น่ะช่องท้องมันตันเบ่งยังไงแรงเบ่งมันก็ออกมาได้แค่ทางก้นอย่างเดียว แต่ในผู้หญิงนอกจากก้นแล้วยังมีช่องคลอดเป็นทางออกเพิ่มขึ้นมาอีกทาง แถมยังรูปกว้างกว่าก้นอีก กล้ามเนื้อหูรูดก็ไม่ได้รัดแน่นแข็งแรงเท่าก้น เวลาผู้หญิงเบ่งท้อง แรงเบ่งจะดันออกมาทางช่องคลอด ซะมากกว่าในผู้หญิงที่ยังไม่มีลูก กล้ามเนื้อโครงสร้างภายในยังเนี๊ยบอยู่ ช่องคลอดก็ยังไม่กว้าง เวลาเบ่งท้องมดลูกก็จะเป็นเหมือนจุกลงมาปิดก้นช่องคลอดด้านในไว้ กระบังลมที่แข็งแรงกับปีกมดลูก ที่หิ้วไว้ข้างบนก็จะช่วยยึดมดลูกไว้ไม่ให้ถูกแรงเบ่งดันหลุดลงไปในช่องคลอด ได้ มดลูกถ้ามันอยู่เฉยๆ ไม่ไปยุ่งอะไรกับมันก็ไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่เกิดมาเป็นผู้หญิง ก็มักมีอะไรมายุ่งกับมดลูกเราอยู่เรื่อย ที่สำคัญก็ตอนตั้งครรภ์กับตอนคลอดนี่แหละ ระหว่าง ที่ตั้งครรภ์มดลูกมันจะขยายขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ ปีกมดลูกก็จะถูกรั้งดึงขึ้นไปเรื่อยๆ พอคลอดปั๊บปีกมดลูกที่ถูกดึงยึดก็จะเกิดอาการหย่อนไปได้บ้าง ใน เวลาเดียวกันตอนที่คลอดเองหัวของลูกก็มุดทะลุทะลวงผ่านกล้ามเนื้ออุ้ง เชิงกรานออกไป กล้ามเนื้อกระบังลมที่เคยตึงๆ ก็หย่อนยานเสียหายไปได้บ้าง ช่องคลอดของเดิมๆ ที่แคบๆ ก็กว้างกลวงขึ้นกว่าเดิ ช่วงหลังคลอดกระบังลมก็หย่อน ปีกมดลูกไม่รั้งตึง ช่องคลอดก็กว้างพอเบ่งท้องแรงๆ มดลูกก็เกือบจะแลบออกมาข้างนอกเลยครับ ฟังดูแล้วเดี๋ยวจะไม่ยอมคลอดเองขึ้นมา ที่จะเป็นปัญหาก็มักเป็นพวกที่คลอดเองแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมออกกำลังกายบ้าง ถ้าบริหารกล้ามเนื้อกระบังลมดีๆ หน่อยก็จะกลับเข้าที่เองได้ภายในเวลาแค่สามเดือนเท่านั้นเอง ยืนนาน ยกหนัก มดลูกต่ำได้นะ คน อายุมากก็มีโอกาสเกิดมดลูกต่ำได้มากกว่าสาวๆ ยิ่งถ้าหมดประจำเดือนไปแล้วก็ยิ่งหย่อนได้ง่ายกว่าเก่า เมื่อร่างกายเราไม่สร้างฮอร์โมนแล้วเนื้อเยื่อต่างๆ ก็จะมีการเสื่อมสภาพลง เส้นเอ็นปีกมดลูก กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน รวมทั้งโครงสร้างภายในต่างๆ ก็แข็งแรงน้อยลง ยิ่งอายุสูงวัยขึ้นฉันใด มดลูกก็ยิ่งต่ำลงไปตามวัยด้วยฉันนั้น …อนิจจัง ต่ำมาก ต่ำน้อยวัดกันที่ตรงไหน มดลูกต่ำขั้นแรก มดลูกก็จะเลื่อนลงต่ำกว่าตำแหน่งปกติ แต่ยังไม่ถึงระดับเยื่อพรหมจารี มดลูกต่ำขั้นที่สอง ปากมดลูกเลื่อนลงมาต่ำมากขึ้น จนถึงระดับเยื่อพรหมจารีพอดี มดลูกต่ำขั้นที่สาม มดลูกต่ำจนปากมดลูกโผล่ออกมาสูดอากาศข้างนอกได้ มดลูกต่ำระยะสุดท้าย มดลูกจะหลุดห้อยออกมาข้างนอกทั้งพวง เรียกว่าห้อยร่องแร่งได้เลย มดลูก ต่ำระยะแรกๆ อาจไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้ครับ หรือถ้ามีก็มักมีอาการไม่มาก ยิ่งมดลูกต่ำลงมากก็ยิ่งมีอาการมาก แรกๆ อาจมีอาการเริ่มปัสสาวะลำบาก ไอจามปัสสาวะเล็ด อันปัสสาวะไม่ได้ เนื่องจากคนที่มดลูกต่ำมักมีปัญหากระบัลมหย่อนร่วมด้วย หูรูดของกระเพาะปัสสาวะก็เลยหย่อนตามไปด้วย เวลาเบ่งท้อง ไอจาม แรงรัดของหูรูดก็ไม่สามารถทนต่อแรงดันของปัสสาวะได้ เวลาไอจามเลยเล็ดทุกที บางคนเป็นหนักขนาดบางทีหัวเราะจนฉี่ราดเลยก็มี ผู้หญิงคนไหนพอให้ยกของหนักๆ แล้วชอบบ่นว่าปวดท้องน้อย ให้สันนิษฐานไว้เลยครับว่าช่องคลอดต้องกว้าง กระบังลมต้องหย่อนแน่ มดลูก ก็เปรียบเสมือนจุกที่อุดอยู่ด้านในของช่องคลอด ถ้าช่องคลอดกว้าง กระบังลมหย่อน เวลาเบ่งท้อง หรือยกของหนัก มดลูกก็จะถูกเบ่งดันเลื่อนลงไปในช่องคลอด ส่งผลให้ไปรั้งดึงปีกมดลูกลงมาจนตึงเจ็บได้ …รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าเผลอไปบ่นกับใครเข้าล่ะว่ายกของหนักไม่ได้ ยกแล้วมันจะปวดท้องน้อย เดี๋ยวใครๆ เขาจะรู้กันหมอว่าช่องคลอดกว้าง นอก จากจะเจ็บที่ปีกมดลูกแล้ว คนที่มดลูกต่ำบางคนก็อาจมีอาการถ่วงท้องน้อย เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่ปากช่องคลอด บางคนก็รู้สึกเหมือนจะมีอะไรหลุดออกมา ที่จะหลุดออกมาก็มดลูกจุกอยู่ข้างในนั่นเอง เซ็กซ์…กับมดลูกต่ำ |
![]() |
"ว่านชักมดลูก... ยาทำสาวนิรันดร์... ว่านชักมดลูกให้คุณประโยชน์กับสตรี โดยเฉพาะ การปรุงยาเป็นยารักษาภายในของสตรี ต้องปรุงยาโดยหมอแผนโบราณ ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ จึงจะได้ผล...
|
:.ยาสมุนไพรที่ดี ต้องมีที่มา การผลิตที่ชัดเจน สะอาด ได้มาตรฐานและต้องไม่ผสมแอลกอฮอล์ และ เสตียร์รอยด์ มีมาตรฐานการยอมรับ |
|
GMP (Good Manufacturing Practice) หรือ หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีสำหรับการผลิต เป็นการจัดการสภาวะแวดล้อมขั้นพื้นฐานของกระบวนการผลิต เช่น การควบคุมสุขลักษณะส่วนบุคคล การควบคุมแมลงและสัตว์นำโรค การออกแบบโครงสร้างอาคารผลิต รวมถึงเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต เป็นต้น ซึ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ไข เป็นระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารขั้นพื้นฐาน (Food Safety Management System) คือ การจัดการเพื่อไม่ให้อาหารก่อผลกระทบทางลบต่อผู้บริโภค เมื่ออาหารนั้นถูกเตรียมหรือบริโภค ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารจะสมบูรณ์ เมื่อจัดทำระบบ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Point) ซึ่งเป็นการจัดการด้านการควบคุมกระบวนการผลิต โดยจะทำการวิเคราะห์และประเมินอันตรายในขั้นตอนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่ตรวจรับวัตถุดิบ จนกระทั่งเป็นผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภค ว่าจุดใด หรือ ขั้นตอนใดมีความเสี่ยง ต้องควบคุม ถ้าปราศจากการควบคุมที่จุดนั้นจะทำให้ ผลิตภัณฑ์อาหารไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เรียกจุด หรือขั้นตอน นั้น ๆ ว่า จุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Critical Control Point; CCP) จากนั้นหามาตรการควบคุมจุดวิกฤต เพื่อให้อาหารปลอดภัยต่อผู้บริโภค กล่าวได้ว่าGMP เป็นพื้นฐานที่สำคัญของ HACCP |
![]() |
อาหารฮะลาล หรือฮาลาล คืออาหารที่ไม่มีสิ่งต้องห้ามเจือปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อสัตว์นั้นจะต้องเป็นเนื้อฮะลาล และไม่เจือปนสิ่งฮะรอมเช่น เหล้า หรือไขมันหมู เป็นต้น เนื้อสัตว์ หรือ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ที่ฮะลาล จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสัตว์นั้นผ่านการเชือดที่ถูกต้องตามแนวทางอิสลามดังต่อ ไปนี้ |
![]() |
ยาแผนปัจจุบัน |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
บำรุงร่างกาย |
บำรุงร่างกาย |
บำรุงร่างกาย |
บำรุงผิวพรรณ |
สมาชิก 2150 ( บาท ) 75PV |
สมาชิก 3700 ( บาท ) 100 PV |
สมาชิก 1750 ( บาท ) 50 PV |
สมาชิก 1250 ( บาท ) 25 PV |
ค่าส่ง : ฟรี |
ค่าส่ง : ฟรี |
ค่าส่ง : ฟรี |
ค่าส่ง : 100 บาท |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ |
บำรุงโลหิต แทนการอยู่ไฟ |
บำรุงโลหิต ขับน้ำคาวปลา |
แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ |
สมาชิก 2150 ( บาท ) 75 PV |
สมาชิก 2700 ( บาท ) 100 PV |
สมาชิก 1850 ( บาท ) 50 PV |
สมาชิก 1200 ( บาท ) 25 PV |
ค่าส่ง : ฟรี |
ค่าส่ง : ฟรี |
ค่าส่ง : 100 บาท |
ค่าส่ง :50 บาท |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
เผาผลาญไขมัน |
ขจัดสารพิษ |
แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ |
บรรเทาอาการริดสีดวง |
สมาชิก 1750 ( บาท ) 50 PV |
สมาชิก 1750 ( บาท ) 50 PV |
สมาชิก 1950 ( บาท ) 50 PV |
สมาชิก 970 ( บาท ) 20 PV |
ค่าส่ง : ฟรี |
ค่าส่ง : ฟรี |
ค่าส่ง : ฟรี |
ค่าส่ง : 50 บาท |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
บำรุงร่างกาย |
แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ |
ท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียด |
บำรุงร่างกาย |
สมาชิก 540 ( บาท ) 10 PV |
สมาชิก 540 ( บาท ) 10 PV |
สมาชิก 560 ( บาท ) 10 PV |
สมาชิก 540 ( บาท ) 10 PV |
ค่าส่ง : 150 บาท EMS |
ค่าส่ง : 150 บาท EMS |
ค่าส่ง : 150 บาท EMS |
ค่าส่ง : 150 บาท EMS |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
บรรเทาอาการปวดเมื่อย |
แก้ลมวิงเวียน |
บำรุงร่างกาย |
แก้ปัญหากระ ฝ้า ลดริ้วรอย |
สมาชิก 640 ( บาท ) 10 PV |
สมาชิก 500 ( บาท ) 10 PV |
สมาชิก 1700 ( บาท ) 25 PV |
สมาชิก 1350 ( บาท ) 25 PV |
ค่าส่ง : 150 บาท EMS |
ค่าส่ง : 150 บาท EMS |
ค่าส่ง : 150 บาท EMS |
ค่าส่ง : 50 บาท |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
เพื่อสุขภาพ ทำให้สดชื่น |
เพื่อสุขภาพและความงาม |
บำรุงร่างกาย |
แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ |
สมาชิก 500 ( บาท ) 10 PV |
สมาชิก 550 ( บาท ) 10 PV |
สมาชิก 650 ( บาท ) 25 PV |
สมาชิก 650 ( บาท ) 25 PV |
ค่าส่ง : 200 บาท EMS |
ค่าส่ง : 50 บาท EMS |
ค่าส่ง : 100 บาท |
ค่าส่ง : 100 บาท |
![]() |
![]() |
![]() |
|
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
ตราหมอเส็ง |
บำรุงร่างกาย |
ทำความสะอาดร่างกาย |
ทำความสะอาดร่างกาย |
เหมาะกับการอยู่ไฟหลังคลอด |
สมาชิก 2300 (บาท) 75 PV |
ก้อนละ100 บาท |
ก้อนละ100 บาท |
สมาชิก 3200 (บาท) 100 PV |
ค่าส่ง : ฟรี |
ค่าส่ง : 50 |
ค่าส่ง : 50 |
ค่าส่ง : ฟรี |
![]() |
|||
ตราหมอเส็ง |
|||
บำรุงโลหิต แทนการอยู่ไฟ |
|||
สมาชิก 2900 ( บาท ) 100 PV |
|||
ค่าส่ง : ฟรี |
|||
* ยาขวดเล็ก มีขนาดบรรจุ 100 ซี.ซี. ชุดละ 20 ขวด , ** กาแฟกระป๋อง ชุดละ 24 กระป๋อง , *** กาแฟชนิดซอง ชุดละ 25 ซอง
|
![]() |
| ในสมัยโบราณ ชาวจีนระดับชั้นสามัญชนนิยมใช้ยาสมุนไพรสดในการบัดบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ส่วนยาตำรับหลวงจะนิยมใช้บำบัดโรคภัยไข้เจ็บเฉพาะในวังหลวง หรือในหมู่ขุนนางระดับสูงเท่านั้น อาจารย์ผู้ฝึกสอนศิลปะมวยจีนในอดีตเมื่อ 30-40 ปีก่อน ก็ยังนิยมใช้สมุนไพรสดในการบำบัดรักษา แต่ในปัจุจบัน นิยมหันมาใช้ยาสมุนไพรแห้งตำรับหลวงกันมาก อันเนื่องจากมีผลในการรักษาที่ค่อนข้างแน่นอนกว่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า และจัดหาได้ง่ายกว่าอีกด้วย เพราะสามารถจัดหาได้ตามร้านขายยาจีนทั่วไป ปัจจุบันร้านขายยาสมุนไพรจีนสดก็แทบจะไม่มีแล้ว หมอเส็ง ก็จัดว่าเป็นผู้หนึ่งที่โด่งดังด้วยการรักษาผู้คน ด้วยตำหรับสมุนไพรด้วยเช่นกัน แต่ตำหรับยาของท่านพิเศษมาก ตรงที่เป็นตำหรับยาที่ตกทอดมาแต่โบราณในสมัยตั้งแต่บรรพชนของท่านตั้งรกรากอยู่ที่เมืองจีน โดยที่ต้นตระกูลของท่านเป็นแพทย์หลวงในวังหลวงในสมัยราชวงศ์ฉิน แล้วสืบทอดมาต่อทายาททุกรุ่น ในแต่ละรุ่นจะต้องสืบทอดวิชาการทางแพทย์ต่อๆกันมาเลยค่ะ |
สารานุกรมสมุนไพรประจำวันนี้ ขอแนะนำ
|
|
![]() |
ธาตุทั้ง 5 สัมพันธ์กับสุขภาพภายใน จาค็อบ บอกว่า การกินอาหารผิด การใช้ชีวิตผิด ทำให้ธาตุต่างๆ ในร่างกายไม่สมดุล เป็นเหตุของความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน มะเร็ง ความดันโลหิตสูง ภูมิแพ้ เป็นต้น "การหายใจไม่เต็มที่สามารถ สร้างความอ่อนแอให้กับอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นปอด หัวใจ ระบบการย่อยอาหาร เมื่อเส้นเลือดไม่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ ทุกอย่างก็พลอยมีปัญหา เพราะเลือดนำออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย เมื่อระบบรวนก็นำมาทั้งหวัด ภูมิแพ้ หอบหืด" จาค็อบ บอกถึงวิธีเยียวยารักษาตัวเองที่เริ่มต้นได้ง่ายที่สุด คือ การหายใจให้เป็น จา ค็อบ ชี้ว่า วิถีชีวิตของคนเราในปัจจุบัน โดยเฉพาะในสังคมเมืองมักถูกเร้าให้เลือกสิ่งผิดๆ จะเห็นได้จากการคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยดื่มน้ำสะอาด แต่เลือกดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม แทนการดื่มน้ำจริงๆ อาหารที่รับประทานเข้าไปก็มักเป็นอาหารเชิงลบ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทอด แป้งขัดขาวในขนมอบต่างๆ และโดยเฉพาะน้ำตาลฟอกขาว ที่นอกจากจะไม่ได้ให้สารอาหารที่สำคัญกับร่างกายแล้ว ยังดูดแคลเซียม ฟอสฟอรัส และไวตามินบี ไปจากร่างกายของเราด้วย ปัจจุบันคนคุ้นเคยกับรสของน้ำตาล หวานๆ ไม่สามารถรับรสธรรมชาติของผัก ผลไม้ ได้อย่างแท้จริง ทำให้แทนที่เมื่อทานอาหารเข้าไปแล้วร่างกายจะได้ดูดซึม เพื่อเอาไปรักษาระบบเผาผลาญอาหารให้เหมาะสม เมื่อกินอาหารไม่ดีเข้าไป ร่างกายก็ต้องสูญเสียพลังงานต่อการย่อยและกำจัดสิ่งเหล่านั้นไป "คนส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่เพื่อ กิน เป็นงานหนักที่สุดแล้วที่พวกเขาทำ หรือไม่ก็นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ มีแต่นิ้วมือ ปาก และอวัยวะเพศเท่านั้นที่คนสมัยใหม่ใช้ แม้กระทั่งเวลาทำความสะอาดเท้าเขายังไม่ก้มตัวลงไปขัดเลย ไม่ออกกำลังกาย ไม่มีใครอยากเดิน ทุกคนพยายามจัดหาให้มีรถจากบ้านไปที่ทำงาน" จาค็อบพูดถึงวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่ที่ทำให้ร่างกายเสียสมดุล และเป็นต้นเหตุของโรคคนเมืองนานาชนิด และสิ่งที่เหมาะสมกับคนเราที่สุดต้องไม่ห่างจากความเป็นธรรมชาติ |
การ ดำรงชีวิตของมนุษย์นับแต่โบราณ พวกเขามีความเกื้อกูลและใกล้ชิดอยู่กับธรรมชาติ ยามเจ็บไข้ไม่สบายหนทางในการรักษาเขาใช้วิธีแบบธรรมชาติเป็นหลักผสมผสานกับ วิทยาการการรักษาโรคแบบดั้งเดิมที่ถือเป็นศาสตร์ทรงพลังอันเร้นลับ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงนำศาสตร์การรักษาแบบนี้มาใช้ควบคู่กันอยู่กับการแพทย์ แผนโบราณ ศาสตร์แห่งพลังในการ “แมะ”เพื่อ ตรวจโรคเป็นวิชาที่กำเนิดจากประเทศจีนมานับพันๆ ปี หมอจีนแผนโบราณที่เชี่ยวชาญการรักษาโรคจะใช้เวลาในการสัมผัสชีพจรคนไข้เพียง ไม่กี่วินาทีก็จะรู้ได้ในทันทีว่า คนไข้ผู้นั้นเจ็บป่วยด้วยโรคอะไร ซึ่งเป็นการทำนายโรคได้ถูกต้องและแม่นยำ กล่าวกันว่า “วิชาแมะ”นี้เป็นศาสตร์แห่งการใช้พลังจิตอีกแขนงหนึ่ง เพราะเหตุที่ต้องใช้ “สมาธิ”ระหว่างการสัมผัส เพราะฉะนั้น “หมอแมะ”จะ ต้องเป็นผู้ที่มีพลังจิตสูงพอจึงจะเป็นคนสัมผัสไวหรือมีความรู้สึกไวต่อการ สัมผัสชีพจรคนไข้ ขณะอยู่ในสภาวะที่สงบนิ่งหมอแมะจะรับรู้สภาพความเป็นไปของผู้ป่วยทาง “จิต” ใน เมืองไทยเรามีหมอแมะพลังจิตที่รับรักษาและตรวจโรคด้วยวิธีแบบจีนผสานกับการ ใช้สมุนไพรธรรมชาติหลายคนแต่มีอยู่คนหนึ่งที่รับรักษาด้วยวิธีการนี้มากกว่า 40 ปี และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคนหลายๆ วงการ จนได้รับการขนานนามว่า “หมอเส็ง...หมอเทวดา” “หมอเส็ง”หรือคุณฉัตร แสงสุริยะฉัตร เดิมเป็นคนแปดริ้วแต่มาเติบโตตั้งรกรากอยู่ในกรุงเทพฯ ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 8 คน “หมอเส็ง”เป็นเพียงคนเดียวที่สืบทอดศาสตร์ในการรักษาโรคโดยแพทย์แผนโบราณมาจากคุณพ่อ “คุณ พ่อผมมาจากเมืองจีน มณฑลกวางตุ้ง ตระกูลของคุณพ่อผมเป็นตระกูลแผนโบราณสืบทอดกันมานับร้อยๆ ปีก็ว่าได้สมัยพ่อผมท่านก็เปิดร้านขายยาสมุนไพรไทยมากขึ้น ผมเองก็เรียนรู้ด้วยการคลุกคลีกับท่านมาตั้งแต่เด็ก คอยเป็นลูกมือคุณพ่อ เขาใช้ให้ทำอะไรก็ทำ จะผสมยา หั่นยา กวาดยา หรือเก็บยายังไงก็ต้องทำ แล้วยาแต่ละตัวออกฤทธิ์ยังไง รสฝาดหรือขม อันนี้ก็ต้องรู้” “หมอเส็ง”เริ่ม ต้นการเป็นแพทย์แผนโบราณเมื่ออายุ 18 ปี กระทั่งปัจจุบันผ่านมาถึง 45 ปีแล้ว หมอเส็งได้เล่าถึงประสบการณ์ในการรักษาคนไข้ในสมัยแรกเริ่มว่า “สมัย แรกที่เริ่มปรึกษาผมก็รักษาโรคพื้นๆ ก่อนพวกปวดหัวตัวร้อน ปวดข้อ ปวดกระดูก ใจสั่น เป็นลม คนสมัยก่อนไม่ค่อยเป็นอะไรเพราะเขากินธรรมชาติ กินยาสมุนไพร และสมัยที่ผมอายุ 20 ย้อนหลังไป 40 กว่าปี คนสมัยนั้นไม่มีนะที่จะเป็นอะไรเพราะเขากินธรรมชาติ กินยาสมุนไพร และสมัยที่ผมอายุ 20 ย้อนหลังไป 40 กว่าปี คนสมัยนั้นไม่มีนะที่จะเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็งสมัยก่อนก็ไม่ค่อยเห็น ตามร้านขายยาสมุนไพรสมัยนั้นมียาอยู่กี่ตัวกันมีแค่ยาเขียว ยาหมอ ยาแก้ไข้ ยามหาจักร ยากุมารอ้วนพี มีขายยาไม่กี่สิบตัว และสมุนไพรก็ใช้ที่เก็บจากป่า เดี๋ยวนี้ป่าหมดไปเยอะทำให้สมุนไพรไทยหายไป แต่ก่อนป่ามีทั่วไปในเมืองไทย มีป่าที่ไหนมีสมุนไพรที่นั่น ตามท้องนาใกล้บ้านก็มีสมุนไพรอยู่ สมัยก่อนคนที่ขายสมุนไพร เขาจะมีเรื่อไปเก็บสมุนไพรทางภาคเหนือและภาคใต้หรือมีเรือไปรับซื้อ บางครั้งก็มีชาวบ้านเอาลงเรือ ลงรถไฟมาขายให้ก็มี และวิธีรักษาของผมในยุคนั้นก็ใช้แพทย์แผนไทยผสมจีน มีการแมะ จับชีพจร” “การแมะ” หรือการตรวจจับชีพจรเป็นอย่างไร หมอเส็งได้อธิบายให้ฟังว่า “การ แมะนั้นจะเกี่ยวข้องกับการมี สมาธิ คนตรวจจะต้องมีสมาธิพอสมควร ถ้าคนที่แมะเก่งๆ หากตรวจหัวใจคนไข้บางทีต้องควบคุมการเต้นของหัวใจตัวเองกับคนไข้ว่ามีจังหวะ เดียวกันมั้ย เพราะฉะนั้นการฝึกสมาธิต้องมีบ้าง มาถึงจะไปจับส่งเดชไม่ได้นะครับ แล้วการจับชีพจรนี่ก็จับตรวจโรคได้บางอย่าง บางอย่างก็ตรวจไม่พบ ไม่ใช่ว่าจับชีพจรแล้วจะตรวจพบหมดนะครับ การตรวจจากชีพจรเนี่ยมันบอกถึงการเต้นของหัวใจ การไหลเวียนของเลือด ความร้อนความเย็นในร่างกายมันจะบอกได้จากชีพจรทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นรหัสการเต้นของชีพจรก็คือรหัสของโรค เราต้องอ่านรหัสแปลเป็นโรค วิธีการจับก็อยู่ในบริเวณข้อมือซึ่งจะมีชีพจรอยู่ ซึ่งถ้าชำนาญจับเดี๋ยวเดียวก็รู้” ความ เชี่ยวชาญในการรักษาโรคด้วยแพทย์แผนโบราณทั้งไทยและจีนของหมอเส็งเป็นที่ รู้จักกันมานาน หลายๆ คนเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายแต่พอมาหาหมอเส็งโรคนั้นกลับหายสนิทจนเป็น ที่มาขอการขนานนามหมอเส็งว่า “หมอเทวดา” “(หัวเราะ) อย่าไปพูดอย่างนั้นเลยคือผมเป็นคนที่ถือหลักธรรมชาติเป็นหลักในชีวิต กับที่มาของชื่อนี้ก็คือเมื่อสมัยก่อนผมไปรักษาพระผู้ใหญ่องค์หนึ่ง พอดีท่านป่วยหนักด้วยโรคหัวใจ ลูกศิษย์ท่านก็เชิญผมไปรักษาที่วัดป่าบ้านตาด ผมก็ตรวจและจัดยาถวายท่านจนหาย และท่านก็เรียกผมว่า...โยมหมอเทวดา”(หลวงพ่อที่หมอเส็งกล่าวถึงนั้นก็คือหลวงตามหาบัวนั่นเอง) ระยะเวลาในการรักษาแต่ละโรคนานมั้ยคะ “ส่วน มากที่นี่เราจะรับประกันได้ว่าจ่ายยาปุ๊บต้องได้ผล ผมจะจ่ายยาให้คนไข้ครั้งละ 10 วันถ้า 10 วันไปแล้วไม่ดีขึ้นคุณกลับมาเราจะเปลี่ยนยาให้โดยไม่เสียเงินเลยและถ้า เปลี่ยนแล้วยังไม่ได้ผลคุณเอาเงินคืนไปผมไม่รักษาต่อ คือการเป็นหมอเนี่ยเราจะรักษาโรคทุกอย่างไม่ได้ ไม่ใช่ว่ามาแล้วเราจะรับรักษาหมดเราต้องรู้ว่าความสามารถเราอยู่ตรงไหน อย่างผมถนัดทางโรคหัวใจ ปอด ตับ ไต สมอง โรคภูมิแพ้ในเด็ก โรคของผู้หญิงเกี่ยวกับมดลูกอันนี้รับประกันว่าได้ผลแน่นอนเรารักษาได้ อย่างโรคหัวใจเรารับรักษาโดยใช้สมุนไพรหลายตัว ถ้าใครพูดว่ารักษาโรคหัวใจได้โดยใช้สมุนไพรตัวนั้นตัวนี้เพียงตัวเดียวรักษา ไม่ได้ผลหรอก สมุนไพรแต่ละตัวมีฤทธิ์จริงแต่ก็ต้องอาศัยสมุนไพรตัวนั้นตัวนี้เพียงตัว เดียวรักษาไม่ได้ผลหรอก สมุนไพรรักษาหัวใจก็มีพวกจันทน์ขาว จันทน์หอม เทียนทั้ง 5 ว่านน้ำฯลฯ มีเป็นตำรับเอามาต้มหรือบดเป็นผงกินก็ได้ซึ่งแต่ละคนจะมีวิธีใช้ไม่เหมือน กันเราต้องดูคนไข้ด้วย” เคยใช้ “พลังจิต” มารักษาควบคู่กับสมุนไพรธรรมชาติมั้ยคะ ? “ถาม ว่าเคยมั้ย เอาเป็นว่าถ้าใครที่มีพลังจิตอ่อนแอผมรักษาได้ ในเมื่อจิตเป็นพลังงาน เราก็เริ่มพลังงานให้เขาจนจิตแข็งแรง แล้วเขาก็จะต่อสู้เอง เขาจะเลิกกลัว เลิกวิตกกังวล คนเราชอบคิดว่าพลังจิตเป็นของพิสดาร ความจริงไม่ใช่ของพิสดารหรอกทุกคนก็มีจิตเป็นต้นกำเนิดของกำลังงานถ้าจิต เสียคือตื่นเต้นง่าย เครียด ห่อเหี่ยว ขี้กลัว ไม่มั่นใจในตัวเองก็จะทำให้กำลังเราลดลงไปทันทีเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย หรือถ้าจิตอ่อนเวลาไปงานศพกลับมาก็มักจะไม่สบาย ตรงนี้มันสื่อถึงกันได้รับสิ่งไม่ดีกลับมาได้ง่าย” สมัยนี้มีโรคแปลกๆ เกิดขึ้นมาเยอะจะมีวิธีอะไรที่จะป้องกันโรคได้คะ? “มัน ยาก ทำยาก เพราะปัจจุบันนี้ทุกอย่างมันก้าวหน้าเกิดไป สารเคมีเยอะไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ผลไม้ ใช้เคมีตลอด ข้าวก็มีเคมีหรือแม้แต่สัตว์อย่างไก่ สมัยก่อนต้องเลี้ยงถึง 6 เดือน ถึงจะได้กินแต่เดี๋ยวนี้เลี้ยง 45 วันก็ได้กินแล้ว โรคแปลกๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้หลายโรคแพทย์แผนปัจจุบันยังหาวิธีรักษาไม่ได้เป็นเพราะ สิ่งแปลกปลอมในบรรยากาศคือมลพิษทางอากาศ สารเคมีจากพืช ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ มีอยู่ทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นโรคก็คือคุณต้องรักษาร่างกายของ คุณให้สะอาด อย่าให้มีสารพิษคั่งค้างในตัว ซึ่งที่สถานพยาบาลของผมก็มียาที่กินเพื่อไม่ให้สารพิษคั่งค้างในตัว ยาตัวนี้มันจะดูดซึมสารพิษและระบายออกมานิดหน่อย” ท้ายสุดหมอเส็งได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรไว้ว่า “สมุนไพร ไทยเนี่ยยอดเยี่ยมมาก อย่างว่านชักมดลูกเนี่ยก็คือสมุนไพรตัวหนึ่งเชื่อมั้ยว่าสามารถสร้างผู้หญิง ที่ไม่มีหน้าอกให้มีหน้าอกได้ หรือคนที่เสื่อมสภาพทางเพศพอกินตัวนี้อารมณ์ก็จะปรกติ มีข้อดีหลายอย่างเพียงแต่ว่าต้องผสมให้ถูกหลัก และขอบอกอย่างหนึ่งว่า การใช้ตัวยาสมุนไพรเนี่ยเช่นฟ้าทะลายโจรที่แก้ร้อนใน แก้ไข้หวัด เราจะอาศัยฟ้าทะลายโจรตัวเดียวรักษาทุกโรคไม่ได้มันต้องมียาตัวอื่นแทรกเข้า ไปด้วยจึงจะออกฤทธิ์ได้ดี และใครบอกว่ายาสมุนไพรหายช้ายาแผนปัจจุบันหายเร็ว...ไม่จริงหรอกยาที่ถูกโรคเท่านั้นที่จะทำให้หายเร็ว เพราะฉะนั้นชีวิตผู้เจ็บป่วยทุกคนมีหวังนะครับ” |
|
วิธีตรวจ แบบโบราณ "การแมะ"
การแมะ อยู่คู่กับการแพทย์แผนจีนมายาวนาน ในยุคสมัยที่มนุษย์ยังไม่มี เครื่องมือที่ทันสมัย มนุษย์จึงต้องเรียนรู้ ที่จะสังเกตสังกาธรรมชาติ ว่าในยามที่ร่างกายผิดปกติ จะมีอาการใดสำแดงออกมาให้เห็นหรือสัมผัสได้บ้าง การสูบฉีดโลหิต คือรหัสลับสำคัญ ชาวจีนจึงสั่งสมความรู้มาอย่างยาวนานนับพันปี กลายเป็นศาสตร์การวินิจฉัยโรค ที่น่ามหัศจรรย์นี้ การแมะ คือการตรวจจับชีพจร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนการวินิจฉัยโรคของแพทย์แผนจีน โดยการใช้นิ้วทั้ง 3 นิ้วของแพทย์ แตะสัมผัสชีพจรของผู้ป่วยบริเวณข้อมือซ้ายและขวาข้างละ 3 ตำแหน่ง รวมทั้งสองข้าง หกตำแหน่ง เพื่อให้ทราบถึงสภาวะของร่างกายที่ตอบสนองต่อโรคภัยไข้เจ็บในขณะนั้น การ แพทย์แผนจีนเรียกขั้นตอน การวินิจฉัยโรคพื้นฐานว่า “เปี้ยนเจิง” มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน การแมะ หรือการตรวจจับชีพจรนั้น ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการวินิจฉัยโรค ซึ่งกว่าจะถึงขั้นตอนของการแมะ ยังมีอีก 3 ขั้นตอนที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่มักถูกละเลยไม่ได้รับการกล่าวถึง ขั้นตอนที่ 1 คือการมองสำรวจ ตรวจดูสีหน้า แววชีวิต ลักษณะอาการ ดูว่าสีหน้าซีด คล้ำ หรือมีประกายสดใส เลือดฝาดสมบูรณ์ หรือไม่ บริเวณอวัยวะต่างๆ สีผิวเป็นอย่างไร เช่น ถ้าบริเวณส่วนหูดำคล้ำส่วนใหญ่มักเป็นโรคไต ถ้ารูปร่างผอมผิวแห้งคล้ำมักเป็นโรคปอด หรือถ้าบริเวณเยื่อตาเหลืองหรือแดงมักเป็นโรคเกี่ยวกับตับ เป็นต้น อีกประการหนึ่งคือ การวิเคราะห์ลิ้นซึ่งสำคัญมากต้องดูทั้งตัวลิ้น สีสัน คราบเมือกบนลิ้น ซึ่งจะบอกถึงสภาวะภายใน ของร่างกายได้เป็นอย่างดี ขั้นตอนที่ 2 การฟังและการสัมผัสกลิ่น ถ้าเสียงพูดของคนไข้เบา ช้า และเหนื่อย แสดงถึงพลังชี่หรือพลังลมปราณที่อ่อนแอ การพูดเสียงดังฟังชัด การโต้ตอบชัดเจนรวดเร็ว แสดงถึงพลังชี่ที่สมบูรณ์แข็งแรง นอกจากนี้เสียงไอ เสียงกรน เสียงเรอ เสียงดังในท้อง กลิ่นตัว กลิ่นลมหายใจ กลิ่นปาก เหล่านี้ล้วนเป็นอาการที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคได้ทั้งสิ้น ขั้นตอนที่ 3 การถาม นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก การถามที่ละเอียดและแยกแยะตรงประเด็น จะทำให้ทราบข้อมูล การเจ็บป่วยถึง 60-70 % ช่วยให้การวิเคราะห์โรคได้ผลมากยิ่งขึ้น เช่น ถามอาการเจ็บป่วย เหงื่อ การขับถ่าย อาการปวดหัว เสมหะเหนียวข้นหรือใส หายใจหอบเหนื่อยหรือไม่ ลักษณะการมีรอบเดือน ประวัติการเจ็บป่วย ของคนในบ้าน เป็นต้น และขั้นตอนสุดท้ายคือ การแมะ โดยแพทย์จะใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางของแพทย์ วางลงบนตำแหน่งชีพจร ของคนไข้บริเวณข้อมือฝั่งหัวแม่โป้ง สำหรับข้อมือซ้ายของคนไข้ ตำแหน่งที่นิ้วชี้ของแพทย์สัมผัสข้อมือคนไข้เรียกว่า “ฉุ่ง” เป็นตำแหน่งที่ใช้ตรวจลักษณะอาการของหัวใจและลำไส้เล็ก ตำแหน่งนิ้วกลางของแพทย์เรียกว่า “กวง” ใช้ตรวจลักษณะอาการของตับและดี และตำแหน่งสุดท้ายเป็นตำแหน่งที่นิ้วนาง ของแพทย์สัมผัสกับข้อมือ ของคนไข้ เรียกว่าตำแหน่ง “เฉียะ” ใช้ตรวจลักษณะอาการของไตและกระเพาะปัสสาวะ |
Custom Search
|
||
| :.มาตรฐานรับรองคุณภาพ |






![]() |
| เว็บไดเรคทอรี Dig the Web! |
อัพเดทข้อมูลเว็บไซด์ ล่าสุด 29 กันยายน 2554 |